แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระเบียบปฏิบัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระเบียบปฏิบัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556


ประกาศกลุ่มการพยาบาล  โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย
เรื่อง  การใช้ทฤษฎีทางการพยาบาล
………………………………………..

          ทฤษฎีทางการพยาบาลใช้เป็นหลักในการปฏิบัติกระบวนการพยาบาล ที่ครอบคลุมองค์รวมของมนุษย์ การปฏิบัติการพยาบาลจะต้องมีปฏิบัติสัมพันธ์กับบุคคลที่ต้องเริ่มด้วยการประเมินภาวะสุขภาพ การวางแผนให้การพยาบาลที่ครอบคลุมและการปฏิบัติการพยาบาลตลอดจนการประเมินผลการพยาบาล โดยมุ่งให้บุคคลกลับสู่ภาวะสุขภาพ จิต สังคม อารมณ์ วิญญาณ รวมทั้งสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล จะต้องทำความเข้าใจ เข้าถึงและนำแนวทางทฤษฎีทางการพยาบาลสู่การปฏิบัติการพยาบาล กลุ่มการพยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย จึงได้กำหนดให้หน่วยงานมีการศึกษาและนำทฤษฎีทางการพยาบาลมาใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลตามความเหมาะสม

วัตถุประสงค์
1.       เพื่อให้บุคลากรทางการพยาบาล ทราบและใช้ทฤษฎีทางการพยาบาลได้เหมาะสม
2.       เพื่อให้การปฏิบัติการพยาบาล บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
3.       เพื่อใช้เป็นหลักในการตัดสินใจที่เหมาะสมในเรื่องกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือผู้รับบริการ

ทฤษฎีทางการพยาบาล
1.       ทฤษฎีทางการพยาบาลของโอเล็ม : เป็นแก่นของทฤษฎีเพื่อตอบสนองความต้องการการดูแลตนเอง หรือพัฒนาความสามารถของสมาชิกในครอบครัวในการดูแลผู้ป่วยประกอบด้วย  6 มโนทัศน์หลัก
-          การดูแลตนเอง (Self - care)
-         ความต้องการดูแลตนเองทั้งหมด ( Therapeutic Self – care demand )
-         ความสามารถในการดูแลตนเอง ( Self-care agency )
-         ความบกพร่องในการดูแลตนเอง ( Self-care deficit )
-         ความสามารถทางการพยาบาล ( Nursing agency )
-         มโนทัศน์ประกอบ ปัจจัยเงื่อนไขพื้นฐาน ( Basic conditioning factors )

2.       ทฤษฎีกรอบแนวคิดแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน (Functional Health Pattern) : มีจุดมุ่งหมายที่จะใช้เป็นแนวทางในการประเมิน สภาพการจัดกลุ่มของข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลที่เหมือนกันในวิชาชีพการพยาบาลและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งประกอบด้วย  11  แบบแผน ซึ่งในแต่ละแบบแผนคือ พฤติกรรมของบุคคลทั้งด้านกาย จิต สังคม ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของบุคคลทั้งคน
2.1  การรับรู้สุขภาพและการดูแลสุขภาพ
2.2  อาหารและการเผาผลาญสารอาหาร
2.3  การขับถ่าย
3.4  กิจกรรมและการออกกำลังกาย
3.5  การพักผ่อนนอนหลับ
3.6  สติปัญญาและการรับรู้
3.7  การรับรู้ตนเองและอัตมโนทัศน์
3.8  บทบาทและสัมพันธภาพ
3.9  เพศและการเจริญพันธุ์
3.10  การปรับตัวแลความทนทานต่อความเครียด
3.11  คุณค่าและความเชื่อ

3.       ทฤษฎีการปรับตัวของรอย : การปรับตัวของบุคคลเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต จะปรับตัวได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิ่งที่มากระทบและความสามารถในการปรับตัว ซึ่งประกอบด้วยมโนทัศน์ 4 ประการ
1.      บุคคล (person)
2.      สิ่งแวดล้อม (Environment)
3.      สุขภาพ (Health)
4.      การพยาบาล (Nursing)

4.       ทฤษฎีทางการพยาบาล Maslow   เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับ Basic needs ของมนุษย์ ซึ่งมี 5 ขั้นตอน คือ
1.       ความต้องการทางร่ายกาย (ความต้องการทางร่ายกาย (Physiological needs)
2.       ความต้องการความปลอดภัย (Safety needs)
3.       ความต้องการทางสังคม (Social needs)
4.       ความต้องการได้รับการยกย่อง สรรเสริญ (Esteem needs)
5.       ความต้องการความสำเร็จความสมหวังในชีวิต (salf  Actualization needs)


ประกาศ ณ วันที่        เดือน           พ.ศ.


                   (นางเปรมศรี  สาระทัศนานันท์)
                    พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
                        หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล

     

นโยบายจริยธรรมและจรรยาบรรณพยาบาล


ประกาศกลุ่มการพยาบาล  โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย
เรื่อง  นโยบายจริยธรรมและจรรยาบรรณพยาบาล
.............................................

          การประกาศจริยธรรมและจรรยาบรรณพยาบาล เป็นการแสดงออกถึงความตระหนักในความรับผิดชอบทางจริยธรรมของพยาบาล เพื่อเป็นหลักนำการประกอบวิชาชีพให้มีมาตรฐานสูง และเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของพยาบาลที่ดี  ถูกต้องและเหมาะสม  สอดคล้องตรงกันทั้งกลุ่มการพยาบาล รวมทั้งเป็นการสื่อสารที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการ  ผู้ร่วมงานในวิชาชีพอื่นๆ และประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงจรรยาบรรณที่พยาบาลยึดถือในการประกอบวิชาชีพ

วัตถุประสงค์
1.       บุคลากรพยาบาลใช้จริยธรรมและจรรยาบรรณพยาบาลเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ
2.       จริยธรรมและจรรยาบรรณพยาบาลเป็นกรอบในการตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องด้านจริยธรรม
3.       เพื่อให้วิชาชีพพยาบาลคงฐานะได้รับการยอมรับและยกย่องจากสังคม
4.       เพื่อผดุงเกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพพยาบาล

นิยามคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
          จริยธรรม (Ethic)  หมายถึง  หลักความประพฤติปฏิบัติที่ดีงามของบุคคลโดยมีพื้นฐานมาจากหลักศีล
ธรรมทางศาสนา ค่านิยมทางวัฒนธรรม  ประเพณี กฎหมาย รวมถึงจรรยาบรรณของวิชาชีพ  เพื่อให้บุคคลแสดงออกในสิ่งทีดี เหมาะสม ถูกต้องอย่างมีหลักการ  โดยใช้ความรู้ สติปัญญา  เหตุผล พิจารณาไตร่ตรองว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม
          จรรยาบรรณวิชาชีพ  (Code of nurses)  หมายถึง  หลักแห่งความประพฤติที่ถูกต้องเหมาะสมของวิชาชีพพยาบาล

หลักจริยธรรมวิชาชีพ  6  ด้าน  ประกอบด้วย
1.       สิทธิของผู้ป่วยในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ (Autonomy)
-        พยาบาลได้ให้คำแนะนำให้ผู้รับบริการเข้าใจเรื่องโรค  วิธีการรักษา ข้อดีข้อเสีย ก่อนให้ผู้รับบริการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาด้วยตนเอง
2.       การกระทำเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ (Beneficence)
-        ได้จัดทำแนวทางในการลดระยะเวลาในการตรวจรักษาของผู้ป่วย เช่น On stop service  การแยกผู้ป่วยส่งตรวจ ตามคลินิกหรือตามประเภทผู้รับบริการ
-        แนวทางการดูแลผู้ป่วยล่วงละเมิดทางเพศ มีศูนย์ COC
-        ผู้สูงอายุ 70ปี ขึ้นไปจัดบริการให้มีคิวอนุเคราะห์
-        แนะนำผู้ป่วยเรื่องโรค การรักษา  การปฏิบัติตัว เพื่อให้อยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติ
3.       การกระเพื่อหลีกเลี่ยงสาเหตุ หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น (Normal efficiency)
-        มีระบบจัดการความเสี่ยงในหน่วยงาน เพื่อให้ผู้รับบริการมีความปลอดภัย
-        มีการจัดทำห้องแยกโรคที่ หรือจัดทำZone แยกผู้ป่วยเฉพาะกิจกรณีมีการเกิดการระบาดของโรค
-        การผูก-ยึดผู้ป่วย

4.       การกระทำด้วยความซื่อสัตย์ตามพันธะสัญญาวิชาชีพ (Fidelity)
-        ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ
-        พยาบาลจะไม่เปิดเผยความลับผู้ป่วย รวมทั้งการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
5.       การกระทำต่อผู้ป่วยและครอบครัวด้วยความยุติธรรม (Justice)
-        ให้บริการตามระบบคิว ในเรื่องการส่งการตรวจ /การจองห้องพิเศษ
-        ดูแลผู้รับบริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่เลือกประเภทผู้รับบริการ
6.       การบอกความจริง (Veracity)  ในทางปฏิบัติการพยาบาล พยาบาลเป็นผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในทีมการบอกความจริง มีการประเมินความพร้อมของผู้ป่วยในกรณีที่ข้อมูลบางอย่างเป็นข่าวร้ายหรือข้อมูลการเจ็บป่วย
-        มี Team counseling
-        มีระบบการแจ้งข่าวร้ายร่วมกับแพทย์
-        โครงการ Palliative care
-         
หลักจรรยาบรรณวิชาชีพ  9  ข้อ ประกอบด้วย
1.       พยาบาลรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ต้องการการพยาบาลและบริการสุขภาพ
-        มีคำสั่งแต่งตั้งหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรทางการพยาบาล
-        ดูแลจัดการเรื่องความปลอดภัย
-        จัดระบบบริการที่มีคุณภาพ
2.       พยาบาลประกอบวิชาชีพด้วยความเมตตา กรุณา เคารพในคุณค่าของชีวิต ความมีสุขภาพดีและความผาสุกของเพื่อนมนุษย์
-        กำหนดการปฐมนิเทศบุคคลากรในการส่งเสริมจรรยาบรรณ ในหลักคุณธรรม
-        มีบุคลิกภาพที่ดี
3.       พยาบาลมีปฏิสัมพันธ์ทางวิชาชีพกับผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมงาน และประชาชนด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของบุคคล
-        มีการประสานงานที่ดี
-        บุคลากรทางการพยาบาล ได้รับการอบรมพฤติกรรมบริการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
-        บุคลากรทางการพยาบาลเรียกชื่อผู้รับบริการ โดยใช้คำนำหน้าชื่อ “คุณ”ทุกคน เพื่อเป็นการให้เกียรติสำหรับผู้รับบริการ
4.       พยาบาลยึดหลักความยุติธรรม และความเสมอภาคในสังคมมนุษย์
-        มีนโยบายดูแลผู้รับบริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน
-        ให้บริการผู้รับบริการตามคิว และแยกตามประเภทความรุนแรง
5.       พยาบาลประกอบวิชาชีพโดยมุ่งความเป็นเลิศ
-        เน้นการใช้ R2R ,
-        ผ่านการประเมินคุณภาพการบริการพยาบาล (NQA)
-        บุคลากรทางการพยาบาลมีการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการปฏิบัติงานเพื่อความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
-        พัฒนาคุณภาพการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง (CQI)
6.       พยาบาลพึงป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ใช้บริการ
-        มีระบบ RM/ระบบ IC ในการดูแลผู้ใช้บริการ
7.       พยาบาลรับผิดชอบในการปฏิบัติให้สังคมเกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจต่อพยาบาลและต่อวิชาชีพการพยาบาล
-        บุคลากรทางการพยาบาล มีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งภายนอก/ภายใน
-        ไม่เปิดเผยความลับของผู้ป่วย
8.       พยาบาลพึงร่วมในการทำความเจริญก้าวหน้าให้แก่วิชาชีพการพยาบาล
-        อบรมวิชาการเกี่ยวข้องกับหน่วยงานปีละ 1 ครั้ง
-        เข้าร่วมกับองค์กรในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ
9.       พยาบาลพึงรับผิดชอบต่อตนเองเช่นเดียวกับรับผิดชอบต่อผู้อื่น
-        มีวินัยในตนเอง
-        มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน


ประกาศ ณ วันที่        เดือน           พ.ศ.


                   (นางเปรมศรี  สาระทัศนานันท์)
                    พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
                        หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล



ระเบียบการแต่งกายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์


ระเบียบการแต่งกายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์


ข้อ 1  ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในหน่วยบริการแต่งกายดังนี้
1.1   การแต่งกายสำหรับหญิง ให้แต่งกายด้วยชุดสีขาว ตัดด้วยผ้าเนื้อหนามี  4  แบบ ดังนี้
แบบที่  1  ชุดปฏิบัติงานแบบชุดติดกัน
(1)     เสื้อแขนสั้น ปกปีกนกหรือปกฮาวาย ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม  4
(2)     – 5  เม็ด ตีเกล็ดเล็ก ๆ 5  เกล็ดที่หน้าอกเสื้อทั้งด้านซ้ายและขวา ปลายแขนผ่า พับตลบเฉียงขึ้นด้านบนและตัวเสื้อด้านหลังจะมีรอยต่อเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือไม่ก็ได้
(3)     กระโปรงหกชิ้นยาวคลุมเข่า ติดกระดุมที่สายคาดเอว  1  เม็ด ให้ตรงกับปากกระเป๋าด้านซ้ายของกระโปรง มีกระเป๋าสองข้าง
แบบที่  2  ชุดปฏิบัติงานแบบชุดคนละท่อน
(1)     เสื้อแขนสั้น ปกปีกนก ปกฮาวาย หรือปกเทเลอร์ ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม  4 – 5 เม็ด ไม่ต้องตีเกล็ด ปลายแขนพับตลบขึ้นด้านบน ติดกระเป๋าด้านหน้าที่ตรงชายเสื้อสองข้าง และกระเป๋าเจาะตรงอกเสื้อด้านซ้าย 1 ใบ ตัวเสื้อยาวคลุมสะโพก
(2)     กระโปรงทรงสุภาพ ด้านหลังผ่าซ้อนทับกัน หรือกระโปรงเข้ารูปสี่ชิ้นหรือหกชิ้น  ยาวคลุมเข่า
(3)     กางเกงขายาวทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า
แบบที่  3  ชุดพิธีการ
(1)     เสื้อแขนยาว ปกปีกนก ปลายแขนพับตลบเฉียง ติดกระดุมที่ปลายแขน ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม  4 – 5 เม็ด ตีเกล็ดเล็ก ๆ 5 เกล็ด ที่หน้าอกเสื้อทั้งด้านซ้ายและขวา
(2)     กระโปรง ใช้ตามแบบที่  1
แบบที่  4  ชุดปฏิบัติงานหญิง  แบบมีผ้าคลุมศีรษะ
(1)     เสื้อแขนยาว ปกปีกนกหรือปกฮาวาย ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม 4 – 5 เม็ด ตีเกล็ดเล็ก ๆ 5  เกล็ด ที่หน้าอกเสื้อทั้งด้านซ้ายและขวา ปลายแขนพับตลบเฉียงขึ้นด้านบนและตัวเสื้อด้านหลังจะมีรอยต่อเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือไม่ก็ได้
(2)     เสื้อแขนยาว ปกเทเลอร์ ตัวเสื้อผ้าหน้าติดกระดุม 4 – 5 เม็ด ไม่ต้องตีเกล็ด ปลายแขนพับตลบขึ้นด้านบน ติดกระเป๋าด้านหน้าตรงชายเสื้อสองข้าง และกระเป๋าเจาะตรงอกเสื้อด้านซ้าย 1 ใบ ตัวเสื้อยาวคลุมสะโพก
(3)     กางเกงขายาวทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า
(4)     คลุมศีรษะด้วยผ้าสีขาว ผ้าคลุมด้านหน้ายาวถึงระดับหน้าอก ขอบผ้าคลุมเย็บเรียบ และสามารถยืดติดกับหมวกโดยให้สวมหมวกทับ
1.2   กรณีชุดปฏิบัติงานสำหรับหญิงทั้งครรภ์ จะใช้ตามแบบที่  1 แบบที่  2 หรือแบบที่  4 ก็ได้ ถ้าเป็นแบบที่  1  ไม่ต้องมีสายคาดเอว
1.3   การแต่งกายสำหรับชาย ให้แต่งด้วยชุดสีขาวเฉพาะชุดปฏิบัติงาน ดังนี้
(1)     เสื้อแขนสั้น ปกฮาวาย ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม  4 – 5  เม็ด มีกระเป๋าที่อกเสื้อด้านซ้าย  1  ใบ  ด้านล่างซ้ายและขวาด้านละ  1  ใบ  ตัวเสื้อด้านหลังเย็บซ้อนตะเข็บกลางหลังปล่อยชายแยกประมาณ  6  นิ้ว
(2)     กางเกงขายาวทรงสุภาพ ปลายขาตรงคลุมข้อเท้า
ข้อ  2  เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้ายการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในชุมชนหรือสถานอนามัย  แต่ง
กายด้วยชุดสีฟ้า โดยใช้แบบแต่งกายตามข้อ  1
            การแต่งกายของเจ้าหน้าที่ตามข้อ  1  และข้อ  2  ให้มีรายละเอียดตามแบบแนบท้ายประกาศนี้
            ข้อ  3  แบบแต่งกายให้มีเครื่องหมายหรือสิ่งประกอบอื่น ดังนี้
3.1หมวกสำหรับหญิง  ให้ใช้หมวกสีขาวพร้อมติดแถบกำมะหยี่สีดำ  จำนวน 1 แถบ ดังนี้
(1)     พยาบาลวิชาชีพ  ขนาด  1.5  เซนติเมตร  ติดชิดขอบหมวก
(2)     พยาบาลเทคนิค  ขนาด  1  เซนติเมตร  ติดชิดขอบหมวก
(3)     เจ้าหน้าที่พยาบาล  ขนาด  1  เซนติเมตร ติดเฉียงจากปลายขอบหมวกด้านขวา  10  เซนติเมตร
(4)     เจ้าหน้าที่อื่นที่มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามมาตรฐานที่สำนักงาน ก.พ.กำหนดในลักษณะเดียวกัน ให้ติดแถบกำมะหยี่สีดำตาม (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) แล้วแต่กรณี
กรณีที่แต่งกายด้วยชุดสีฟ้าไม่ต้องสวมหมวก
3.2  เข็มเครื่องหมาย  ให้ใช้ตามแบบของสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข          หรือสถาบันการศึกษาที่ไปสมทบหรือร่วมผลิต  โดยติดที่ปกเสื้อหรือบนผ้าคลุมศีรษะ         ด้านซ้าย
3.3 ป้ายชื่อ  ให้ใช้พื้นสีดำตัวอักษรสีขาว  ติดตามขนาดที่กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบ   ข้าราชการพลเรือนกำหนด หรือปักชื่อตัว  ชื่อสกุล และตำแหน่งที่อกเสื้อหรือบนผ้า        คลุมด้านซ้ายด้วยด้ายหรือไหมสีเขียว  โดยตัวอักษรมีขนาดสูง  1  เซนติเมตร
กรณีแต่งกายด้วยชุดสีฟ้า ให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงิน
3.4  กระดุมเสื้อ  ให้ใช้ตามแบบของกระทรวงสาธารณสุข
3.5 รองเท้า ให้ใช้ส้นหนาสูงไม่เกิน  1  นิ้ว ชนิดหุ้มส้นและปิดปลายเท้า  สำหรับหญิงให้ใช้       สีขาวเมื่อปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและสีดำเมื่อปฏิบัติงานในชุมชนหรือสถานีอนามัย สำหรับชายให้ใช้สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ไม่มีลวดลาย เมื่อปฏิบัติงานและสีดำเมื่อแต่ง             กายชุดพิธีการ
3.6  ถุงเท้า  สำหรับหญิงให้ใช้สีขาว  แบบเรียบชนิดสั้นเมื่อแต่งกายชุดปฏิบัติงาน และให้         ใช้ถุงน่องยาวสีขาวเมื่อแต่งกายชุดพิธีการ  สำหรับชายให้ใช้ถุงเท้าสีดำ
3.7นาฬิกาข้อมือ  ให้ใช้แบบสุภาพและมีเข็มวินาทีด้วย
3.8  เครื่องประดับ สำหรับหญิง  อาจจะใช้ได้ดังต่อไปนี้
(1)     ต่างหู ชนิดเล็กติดหู
(2)     สร้อยคอให้ใช้ชนิดเส้นยาวและใส่ไว้ภายในเสื้อ
(3)     โบว์หรือถุงเก็บผมใช้สีดำหรือสีน้ำตาลเข็ม ขนาดลักษณะเรียบร้อย
(4)     กิ๊บติดหมวกชนิดเล็ก  สอดด้านในของหมวก
ข้อ  4  การแต่งกายสำหรับหญิงซึ่งมีผมยาว  ให้รวบและเกล้าผมแบบสุภาพให้เรียบร้อย  สำหรับ
ชาย  ให้ตัดผมสั้นหรือตัดแบบรองทรง
            ข้อ  5  การแต่งกายตามข้อ  1  และข้อ  2  ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
1.1   แต่งกายชุดสีขาวในขณะปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาล หรือกิจกรรมในหน่วยปฐมพยาบาลหรือรถพยาบาลหรือออกรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ
1.2   แต่งกายชุดปฏิบัติงานในขณะปฏิบัติหน้าที่หรือกิจกรรมงานสาธารณสุขที่จำเป็นเท่านั้น
1.3   การแต่งกายชุดปฏิบัติงานในห้องคลอดและห้องผ่าตัด  หากมีความจำเป็นต้องแต่งกายนอกเหนือจากที่กำหนดตามประกาศนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงพยาบาลโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลของสถานที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ให้ใช้สีชมพูสำหรับห้องคลอด และสีเขียวสำหรับห้องผ่าตัด
ข้อ  6  ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานสาธารณสุขซึ่งมีเครื่องแต่งกายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง  การแต่งกายของพยาบาลและเจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์สาธารณสุขยังคงใช้เครื่องแต่งกายเดิมต่อไปได้จนกว่าจะมีเครื่องแต่งกายใหม่
ข้อ  7  ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข  เรื่อง  การแต่งกายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการ
พยาบาลและการผดุงครรภ์ ลงวันที่  23  สิงหาคม  2539